กระเบื้องยาง
มัดรวม 3 รุ่น กระเบื้องยางลายไม้ ยอดฮิต
การเปลี่ยนพื้นบ้านให้สวยหรู ดูอบอุ่นด้วย กระเบื้องยางลายไม้ เป็นทางเลือกยอดนิยมในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะให้ผิวสัมผัสที่สบายเท้าแล้ว ยังดูแลรักษาง่ายและตอบโจทย์ทุกดีไซน์ สำหรับใครที่กำลังมองหาพื้นลายไม้คุณภาพสูง วันนี้เราได้รวบรวม 3 รุ่นยอดนิยม พร้อมแพ็กเกจราคาที่คุ้มค่าที่สุด รวมถึงข้อแนะนำในการติดตั้งและดูแลรักษาแบบครบวงจรมาฝาก
แนะนำ 3 รุ่น กระเบื้องยางลายไม้ และพื้น SPC ยอดฮิต
เราคัดสรรรุ่นยอดนิยมมาให้เลือกตอบโจทย์ตามการใช้งาน โดยทุกรุ่นเป็นราคาที่รวมค่าติดตั้ง บัว และอุปกรณ์ตัวจบให้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องจ่ายจุกจิกเพิ่ม
คู่มือขั้นตอนการติดตั้ง กระเบื้องยาง ด้วยตัวเอง
หากคุณต้องการติดตั้งด้วยตัวเองเพื่อประหยัดงบประมาณ เรามีคู่มือแนะนำขั้นตอนอย่างละเอียดแยกตามรุ่นการใช้งานดังนี้
อยากเปลี่ยนพื้นบ้านเก่าให้กลายเป็นพื้นลายไม้สุดอบอุ่น การรู้อนาคตและ วิธีติดตั้งกระเบื้องยาง ด้วยตัวเองเป็นตัวเลือกที่ดีมากครับ เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดงบประมาณแล้ว กระเบื้องยางรุ่นทากาว ขนาดหนา 3 mm. ยังติดตั้งได้ไม่ยากหากรู้วิธี วันนี้เราได้รวบรวมขั้นตอนตั้งแต่การเตรียมพื้นผิว เทคนิคการลงกาว และการเก็บงานบัวเชิงผนังแบบครบวงจรมาฝาก
1. การตรวจสอบและเตรียมพื้นผิวก่อนติดตั้งกระเบื้องยาง
เนื่องจากกระเบื้องยางเป็นวัสดุที่ติดตั้งแนบสนิทไปกับพื้นเดิม คุณภาพและสภาพผิวของพื้นผิวจึงมีความสำคัญอย่างที่สุด ผิวหน้าก่อนปูจำเป็นต้อง “เรียบ แข็ง แห้ง และสะอาด” หากปล่อยให้ขรุขระ พื้นกระเบื้องยางจะยุบตัวและเป็นคลื่นตามผิวเดิมในระยะยาวครับ
กรณีพื้นคอนกรีต: ใช้เกรียงแซะงัดเศษปูนที่เกาะติดอยู่ออกให้หมด จากนั้นใช้หินขัดทำการขัดแต่งให้เรียบเนียนทั่วทุกซอกมุม แล้วกวาดทำความสะอาด หากพื้นคอนกรีตสูงต่ำไม่ได้ระดับ เป็นหลุมบ่อ หรือมีรอยต่อ จะต้องทำการปรับระดับด้วยซีเมนต์และขัดมันให้เรียบร้อยเสียก่อน
(หมายเหตุ: ห้ามใช้น้ำล้างพื้นก่อนติดตั้งโดยเด็ดขาด เพราะพื้นต้องแห้งสนิท)
กรณีพื้นไม้: ให้ทำการขัดและตกแต่งหน้าไม้ให้เรียบเนียน ไร้ร่องรอยต่อ หากเป็นพื้นไม้เก่าที่ไม่แข็งแรง ยุบตัวง่าย ต้องจัดการซ่อมแซมและตีตะปูยึดโครงสร้างให้แน่นหนาก่อนลงมือติดตั้ง
💡 เทคนิคเช็กความชื้นสไตล์ช่าง (สำหรับชั้นล่าง):
ให้นำแก้วน้ำหรือภาชนะใสๆ วางคว่ำลงบนพื้นผิวคอนกรีต แล้วใช้วัสดุหนักๆ วางทับไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน รุ่งเช้ามาเปิดดูหากพบว่ามีไอน้ำเกาะอยู่ภายในภาชนะ แสดงว่าพื้นผิวยังมีความชื้นสูงอยู่ ไม่เหมาะที่จะติดตั้งกระเบื้องยางทันที ควรรอให้แห้งสนิทก่อนครับ
2. ขั้นตอนและวิธีติดตั้งกระเบื้องยางลายไม้ รุ่นทากาว
เมื่อเตรียมพื้นผิวแห้งสนิทสะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการปูจริง ซึ่งแบ่งวิธีทำอย่างเป็นขั้นตอนได้ดังนี้:
Step 1: วิธีจับแนวเส้นหลัก
สำหรับห้องขนาดเล็ก แนะนำให้เริ่มต้นติดตั้งจากฝั่งประตูเข้าไป เพื่อความสะดวกในการจัดวางของ ส่วนห้องโถงใหญ่จะใช้จุดกึ่งกลางห้องเป็นหลัก ในกรณีที่เริ่มปูจากประตู ให้ยึดด้านยาวของกำแพงห้องขนานเป็นแนวหลัก วางเส้นแนวเชือกตีเส้นบอล์คระยะให้ห่างจากกำแพง โดยเฉลี่ยคำนวณให้แผ่นริมกำแพงที่จะต้องถูกตัดออกนั้นมีขนาดเท่าๆ กันรอบห้อง ไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป เมื่อได้แนวแล้วให้ทำเครื่องหมายกากบาทไว้ที่หัวและท้ายแนวดีดเส้น
Step 2: วิธีลงกาวขาวสำหรับกระเบื้องยาง
ก่อนใช้งานควรคนกาวขาวในถังให้เนื้อผสมเข้ากันทั่วดี ค่อยๆ เทกาวลงบนพื้นครั้งละประมาณ 1-2 กิโลกรัม แล้วใช้ “เกรียงหวีเซาะร่องฟันปลา” ปาดกาวให้สม่ำเสมอทั่วพื้นผิว ไม่ควรลงกาวรอบหนึ่งเกินกว่า 30 ตารางเมตร จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที พอกาวเริ่มแห้งหมาด ลองใช้นิ้วแตะดูถ้ากาวไม่ติดนิ้วขึ้นมา ให้ทำการดีดเชือกเส้นแนวหลักที่กากบาทหัวท้ายไว้ก่อนหน้านี้ลงบนผิวกาวอีกครั้ง เพื่อใช้เป็นแนวไกด์ไลน์ในการวางกระเบื้องยาง
Step 3: วิธีปูแผ่นกระเบื้องยางลายไม้
โดยปกติกระเบื้องยางจะมีการยืดและหดตัวตามธรรมชาติ โดยจะหดตามด้านยาวมากกว่าด้านขวาง (สังเกตได้จากเส้นลายเสี้ยนด้านหลังกระเบื้องยาง) ฉะนั้น วิธีติดตั้งกระเบื้องยางที่ถูกต้องคือต้องติดเป็น “ลายขัด” (สลับหัวท้ายขัดกัน) เพื่อป้องกันรอยห่าง กดมุมกระเบื้องยางทุกแผ่นให้แนบสนิทกับพื้น ส่วนแผ่นริมที่ติดกำแพงให้ใช้มีดคัตเตอร์กรีดตัดแต่งทีละแผ่น เมื่อปูเสร็จเรียบร้อยทั้งห้องเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้ใช้ลูกกลิ้งเหล็กน้ำหนักประมาณ 50 กก. กลิ้งบดทับทั่วพื้นทันที เพื่อไล่ฟองอากาศและช่วยให้กระเบื้องยางแนบสนิทแน่นกับพื้นผิว
3. วิธีติดตั้งบัวเชิงผนัง และอุปกรณ์ตัวจบต่างระดับ
หลังจากปูพื้นผิวเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการเก็บความสวยงามบริเวณขอบห้องและจุดเชื่อมต่อด้วยบัวและตัวจบ PVC คุณภาพสูง
• บัวเชิงผนัง PVC: ให้ใช้มีดคัตเตอร์ตัดเฉือนทำมุม 45 องศาเฉพาะตรงตีนบัวที่ติดกับพื้น ทากาวยางลงบนร่องบัวด้านหลังตามความสูง (ส่วนตีนบัวไม่ต้องทา) รอให้กาวยางแห้งตัว 10-20 นาทีแล้วจึงแปะติดเข้าผนัง เมื่อติดบัวเสร็จแล้วให้ใช้ “กาวเชื่อมบัว” หยอดตามรอยต่อบัวเพื่อป้องกันการหดตัวในอนาคต
• จมูกยางบันได & เส้นขอบยางเก็บขอบ: จมูกยางใช้ติดบริเวณขอบขั้นบันไดหรือจุดจบกระเบื้องยางกับพื้นที่ต่างระดับเพื่อกันลื่น โดยตัดเข้ามุม 45 องศาเช่นกัน ส่วนเส้นขอบยางใช้จบงานบริเวณช่องประตูหรือพื้นระดับเดียวกันเพื่อกันสะดุด การติดตั้งให้ใช้กาวยางทาที่ผิววัสดุ ทิ้งไว้ให้แห้งหมาด 10-20 นาทีแล้วกดทับให้แน่น
🛑 ข้อควรระวังสำคัญทันทีหลังติดตั้งกระเบื้องยางเสร็จใหม่
- ห้ามใช้น้ำล้างทำความสะอาดทันที: ต้องปล่อยทิ้งไว้ให้กาวด้านล่างแห้งสนิทอย่างเป็นธรรมชาติ 2-3 วันก่อน
- งดเคลื่อนย้ายของหนัก: หลีกเลี่ยงการลากหรือวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักมากๆ บนพื้นผิวภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์แรก
- เปิดระบายอากาศ: ควรเปิดหน้าต่างหรือประตูทิ้งไว้ให้อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อช่วยลดกลิ่นกาวขาว
⚠️ Tips เคล็ดลับช่างรู้: หากพบรอยคราบเปื้อนกาวดำหลังติดตั้งเสร็จ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำผสมน้ำมันก๊าดเล็กน้อย บิดหมาดเช็ดออกด้วยความระมัดระวัง หรือจะเลือกใช้ขี้ผึ้งขัดเงาขัดรอยคราบออกก็ได้เช่นกันครับ
🧼 เคล็ดลับการดูแลรักษาความสะอาดพื้นกระเบื้องยางให้สวยเงางาม
- • การดูแลประจำวัน: สามารถใช้ไม้กวาด เครื่องดูดฝุ่น หรือผ้าชุบน้ำสะอาด (หรือผสมน้ำสบู่เจือจาง) บิดให้แห้งหมาดที่สุดเช็ดถูได้ตามปกติ
- • การลงแว๊กซ์เคลือบเงา: แนะนำให้ใช้แว๊กซ์ชนิดน้ำสำหรับเคลือบพื้นลงทุกๆ ครึ่งเดือน จะช่วยปกป้องผิวหน้ากระเบื้องยางให้คงทน ลดรอยขีดข่วน ดูสวยเงางามเป็นประกายและทำความสะอาดง่าย
- • การฟื้นฟูพื้นเก่า: หากพื้นผ่านการใช้งานมานานจนสกปรกฝังลึก ควรล้างทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาล้างพื้นโดยเฉพาะก่อน จากนั้นซับให้แห้งสนิทแล้วจึงลงแว๊กซ์เคลือบเงาซ้ำอีก 1-2 ครั้ง พื้นจะกลับมาใหม่วิบวับอีกครั้งครับ
*ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นผิวใหม่: โดยปกติกระเบื้องยางลายไม้จะมีการเคลือบน้ำยาปกป้องและขัดเงามาจากโรงงานเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นหากคุณลงแว๊กซ์ซ้ำทันทีหลังติดตั้งเสร็จใหม่ๆ ตัวเนื้อแว๊กซ์อาจจะยังไม่เกาะติดแน่นกับผิวพื้น ซึ่งเป็นอาการปกติ ไม่ต้องกังวลใจไปครับ
พื้นกระเบื้องยาง SPC ลายไม้ ระบบ Click Lock เป็นวัสดุพื้นยอดนิยมที่นอกจากจะสวยงาม ทนทาน กันปลวกและกันน้ำได้ 100% แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นคือเป็นระบบที่ไม่ต้องใช้กาว ทำให้คุณสามารถศึกษา วิธีติดตั้งพื้น SPC และลงมือทำได้ด้วยตัวเองเพื่อประหยัดงบประมาณ หรือจะเลือกใช้บริการทีมช่างมืออาชีพเพื่อความสะดวกก็ได้เช่นกัน วันนี้ THAIMEGA มีคู่มือการติดตั้งด้วยตัวเองแบบเข้าใจง่ายมาฝากครับ
1. การเตรียมพื้นผิวและหน้างานก่อนเริ่มติดตั้ง
หัวใจสำคัญที่สุดของการปูพื้น SPC คือผิวเดิมต้องเรียบเสมอกัน ห้ามมีหลุม เนิน หรือเศษหินเด็ดขาด เพราะหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว หากพื้นผิวไม่เรียบ อาจทำให้ระบบคลิกล็อกหัก พื้นเกิดอาการกระเดิดหรือยวบยาบเวลาเดินได้ครับ
- • ตรวจสอบพื้นผิวเดิม: เช็กว่าพื้นเดิมเป็นคอนกรีต กระเบื้อง ไม้ปาร์เก้ หรือปูนขัดมัน หากเป็นพื้นปูนขัดมันเรียบเนียนจะติดตั้งง่ายที่สุด เพียงทำความสะอาดเคลียร์เศษฝุ่นออกให้หมด
- • ปรับระดับและเคลียร์หน้างาน: หากพื้นเป็นหลุมบ่อหรือไม่ได้ระดับ ต้องแต่งผิวด้วยปูนปรับระดับเสียก่อน และตรวจสอบช่างให้มั่นใจว่าไม่มีเศษตะปุ่มตะป่ำหลงเหลือ
- • วัดพื้นที่และคำนวณเผื่อเสียเศษ: ทำการวัดขนาดห้องเพื่อคำนวณจำนวนกล่องวัสดุ โดยปกติแล้วควรซื้อเผื่อเสียเศษจากการตัดประมาณ 3-5% (แต่หากปูลายก้างปลา อาจจะต้องเผื่อเศษเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติครับ)
2. รายการอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
เพื่อให้ขั้นตอนการทำงานสะดวกรวดเร็วและไม่ติดขัด ควรเตรียมเครื่องมือเหล่านี้ให้พร้อมก่อนลงมือปูพื้นครับ:
| 🛠️ ปูนสำหรับปรับพื้น (Self-leveling) และเกรียงฉาบ | 📐 ตลับเมตร และไม้วัดระดับน้ำ |
| ✏️ เต้าตีเส้นแนว และถังผสมปูน | ✂️ มีดคัตเตอร์ หรือเครื่องตัดกระเบื้องยาง |
| 🧽 ฟองน้ำหรือผ้าสำหรับทำความสะอาด | 📦 แผ่นพื้น SPC และ โฟมรองพื้น (PE Foam) |
| 🧴 ซิลิโคนหรือแดปสำหรับยิงเก็บขอบบัวจบงาน | |

3. วิธีติดตั้งพื้นกระเบื้อง SPC ลายไม้รุ่น Click Lock 4 mm.
เมื่อเตรียมพื้นและอุปกรณ์พร้อมแล้ว ก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการปูระบบคลิกล็อกตามลำดับดังนี้ได้เลยครับ:
- ขั้นตอนที่ 1 ปูโฟมรองพื้น: ให้ทำการปูแผ่นโฟมรองพื้น (PE Foam) ลงบนพื้นผิวเดิมให้ทั่วบริเวณก่อน โฟมนี้จะช่วยลดเสียงเวลาเดิน ช่วยซับเสียง และช่วยลดโอกาสการกระเดิดขยับตัวของแผ่นพื้นใหม่ครับ
- ขั้นตอนที่ 2 กำหนดแนวหลัก: โดยทั่วไปแนะนำให้เริ่มปูจากบริเวณประตูทางเข้าก่อน หรือหากเป็นห้องโถงขนาดใหญ่สามารถเลือกใช้แนวกลางห้องเป็นหลัก หรือตามหน้างานที่สะดวกขนานไปกับแนวผนังห้อง
- ขั้นตอนที่ 3 เข้าลิ้นคลิกล็อก: เริ่มทำการต่อแผ่นแรกรันไปตามลวดลายที่เลือกไว้ (ลายที่นิยมมากที่สุดคือ ลายก่ออิฐ 3/2 หรือลายอิสระ) โดยการเอียงแผ่นกระเบื้อง SPC ทำมุมแล้วกดให้เขี้ยวลิ้นล็อกประกบกันจนสนิทแน่นโดยไม่ต้องใช้กาวแม้แต่หยดเดียว ปูไล่ไปเรื่อยๆ ให้เต็มพื้นที่
- ขั้นตอนที่ 4 การเว้นขอบรับการขยายตัว (สำคัญมาก): เมื่อปูมาจนถึงแนวขอบผนังห้อง ควรเว้นระยะห่างระหว่างขอบแผ่น SPC กับผนังไว้ประมาณ 5-6 มิลลิเมตร (มม.) เพื่อรองรับการขยายตัวของวัสดุเมื่อเจอสภาพอากาศเปลี่ยน แนะนำให้ใช้ตัวเว้นระยะ (Gap Spacer) สำหรับปูพื้นโดยเฉพาะช่วยล็อกระยะไว้ครับ
- ขั้นตอนที่ 5 เก็บงานจบด้วยบัวและตัวจบ PVC: เมื่อปูแผ่นพื้น SPC เต็มห้องแล้ว ให้ทำการติดตั้งอุปกรณ์ตัวจบงานและบัวเชิงผนังวัสดุ PVC เพื่อปิดรอยต่อตรงช่องขอบผนังที่เว้นไว้ให้เรียบร้อยงดงาม จากนั้นยิงซิลิโคนหรือแดปเก็บขอบด้านบนบัวอีกครั้งเพื่อความเนี้ยบสมบูรณ์แบบครับ
*คำแนะนำเพิ่มเติม: หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้น ให้ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดบิดหมาดหรือฟองน้ำเช็ดทำความสะอาดเศษฝุ่นหน้างานทันที เท่านี้คุณก็จะได้พื้น SPC ลายไม้ระบบคลิกล็อกที่สวยหรู เรียบเนียน ไร้รอยต่อ พร้อมเปิดใช้งานห้องใหม่ได้ทันทีครับ
อุปกรณ์บัวและตัวจบ PVC คุณภาพสูง หมดปัญหาเรื่องปลวก
บัวตัวจบ (Finishing Molding หรือ Trim Molding) คือวัสดุตกแต่งที่ใช้ปิดรอยต่อระหว่างพื้นผิวสองส่วน เช่น รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง ผนังกับเพดาน หรือรอยต่อระหว่างวัสดุปูพื้นสองชนิด โดยมีจุดประสงค์หลักทั้งด้าน ความสวยงาม และ ความปลอดภัย
บัวตัวจบถือเป็นองค์ประกอบเล็กๆ ที่มักถูกมองข้าม แต่ส่งผลต่อภาพรวมของพื้นที่อย่างมาก การเลือกใช้บัวตัวจบที่เหมาะสมช่วยให้งานตกแต่งภายในดูสมบูรณ์แบบ เรียบร้อย และยืดอายุการใช้งานของวัสดุปูพื้นได้อีกด้วย
ความสำคัญของบัวตัวจบ
บัวตัวจบไม่ได้มีไว้แค่ “ให้สวย” แต่มีหน้าที่สำคัญหลายด้าน ดังนี้
🔹 บัวพื้น (Baseboard)
ติดตั้งบริเวณรอยต่อ พื้นกับผนัง พบเห็นบ่อยที่สุด มีความสูงตั้งแต่ 2–10 ซม. ขึ้นอยู่กับสไตล์การออกแบบ
🔹 บัวเพดาน (Cornice)
ติดตั้งบริเวณรอยต่อ ผนังกับเพดาน มักใช้ในห้องที่ต้องการความหรูหรา สไตล์คลาสสิก หรือสไตล์ Colonial
🔹 บัวเชิงผนัง (Chair Rail)
ติดตั้งบริเวณกลางผนังระดับเอวถึงอก ช่วยแบ่งผนังเป็นสองส่วน ป้องกันรอยขีดข่วนจากเก้าอี้
🔹 บัวปิดขอบพื้น (Transition Strip)
ใช้ปิดรอยต่อระหว่างวัสดุพื้นสองชนิด เช่น พื้นไม้กับพื้นกระเบื้อง หรือพื้นต่างระดับ มักพบบริเวณประตูหรือทางเดิน
🔹 บัวมุม (Corner Bead)
ติดตั้งที่มุมด้านนอกของผนัง ป้องกันการแตกหักของมุมฉาก และเพิ่มความเรียบร้อย
ประเภทของบัวตัวจบ
บัวตัวจบมีหลายประเภทตามตำแหน่งการใช้งาน ดังนี้
1. ปิดรอยต่อและช่องว่าง
วัสดุปูพื้น เช่น กระเบื้อง ลามิเนต ไม้จริง หรือพื้น SPC (รวมถึงรุ่นความหนายอดนิยมอย่าง 5.3mm และ 5.5mm แบบ Click-Lock) มักต้องเว้นระยะห่างจากผนังเพื่อการขยายตัว บัวตัวจบช่วยปิดช่องว่างเหล่านี้ให้ดูเรียบร้อย โดยไม่กระทบการขยายตัวของวัสดุ
2. ป้องกันความชื้นและฝุ่น
รอยต่อที่เปิดอยู่เป็นทางเข้าของความชื้น แมลง และฝุ่นละออง บัวตัวจบช่วยปิดกั้นและยืดอายุวัสดุโดยรอบ
3. เพิ่มความสวยงามและความสมบูรณ์
งานตกแต่งภายในที่ดีต้องมี “รอยปิด” ที่สวยงาม บัวตัวจบคือ ตัวเชื่อมที่ทำให้ทุกองค์ประกอบในห้องดูกลมกลืนกัน
4. ป้องกันการสึกหรอบริเวณขอบ
มุมและขอบของผนัง พื้น หรือเพดานเป็นจุดที่เสียหายง่าย บัวตัวจบทำหน้าที่เป็น ตัวกันกระแทกและป้องกันการแตกหักของขอบวัสดุ
วัสดุที่ใช้ทำบัวตัวจบ
วิธีเลือกบัวตัวจบให้เหมาะกับห้อง
การเลือกบัวตัวจบควรพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและดีไซน์
✅ 1. ดูสไตล์ห้องก่อน
- สไตล์โมเดิร์น / มินิมอล: เลือกบัวบาง เรียบ ไม่มีลวดลาย ใช้วัสดุ PVC หรืออะลูมิเนียม (ดีไซน์เรียบหรู คลุมโทนง่าย)
- สไตล์คลาสสิก / Colonial: เลือกบัวหนา มีลวดลาย วัสดุไม้หรือ PU ยิ่งจับคู่กับวอลเปเปอร์ลวดลายสวยงามจะยิ่งทำให้ห้องดูพรีเมียม
- สไตล์อินดัสเทรียล: เลือกบัวอะลูมิเนียมหรือเหล็ก เน้นความดิบเท่
⚠️ 2. ข้อควรระวังเรื่องความชื้น
พื้นที่ชื้น เช่น ห้องน้ำ ครัว หรือพื้นที่กึ่งกลางแจ้ง ควรเลือกวัสดุ PVC หรืออะลูมิเนียม เท่านั้น เนื่องจากไม้จริงและ MDF จะพองตัวและเสียหายได้ง่ายหากโดนน้ำสะสม
✅ 3. ขนาดสัมพันธ์กับความสูงเพดาน
- เพดานต่ำกว่า 2.7 เมตร: บัวบาง สูงไม่เกิน 6 ซม.
- เพดานสูง 2.7–3 เมตร: บัวขนาดกลาง 6–10 ซม.
- เพดานสูงกว่า 3 เมตร: บัวขนาดใหญ่ มีลวดลายได้
✅ 4. จับคู่สีให้เข้ากัน
- สีเดียวกับผนัง: ดูกลมกลืนและทำให้ห้องดูกว้างขึ้น
- สีขาว (สำหรับผนังสี): คลาสสิก เพิ่มความสะอาดสะอ้าน
- สีคอนทราสต์: เน้นงานดีไซน์ ทำให้ห้องดูมีมิติและโดดเด่น
วิธีติดตั้งบัวตัวจบ
การติดตั้งบัวตัวจบสามารถทำได้เองหรือจ้างช่าง ขั้นตอนหลักมีดังนี้
- วัดและตัดบัวให้ได้ขนาด: ตัดมุมฉาก 45 องศาสำหรับมุมห้อง
- ทำความสะอาดพื้นผิว: กำจัดฝุ่นและคราบก่อนเริ่มงานติดตั้ง
- ทากาว: ใช้กาวซิลิโคนหรือกาวสำหรับงานไม้ทาด้านหลังบัว
- กดและยึดตำแหน่ง: ใช้ตะปูยิงหรือกดค้างไว้จนกาวแห้งสนิท
- อุด Silicone รอยต่อ: ปิดรอยต่อและมุมต่างๆ ด้วย Silicone สีขาวเพื่อความเนี๊ยบ
- ทาสีทับ (ถ้าจำเป็น): สำหรับบัว MDF หรือไม้ที่ต้องการทำสีพิเศษให้เข้ากับงานดีไซน์
สรุปภาพรวมของบัวตัวจบ
แม้จะดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อย แต่ บัวตัวจบ มีบทบาทสำคัญในการทำให้งานตกแต่งภายในดูสมบูรณ์แบบ ทั้งในแง่ ความสวยงาม ความทนทาน และการปกป้องวัสดุอื่นๆ ในห้อง
การเลือกบัวตัวจบที่เหมาะสมกับสไตล์ พื้นที่ และงบประมาณ จะช่วยยกระดับภาพรวมของห้องได้อย่างน่าทึ่ง และนั่นคือสิ่งที่ผู้รับเหมาและช่างผู้ชำนาญทุกคนต่างให้ความสำคัญในการส่งมอบงานระดับมืออาชีพเสมอ
งานติดตั้งพื้นกระเบื้องยางหรือ SPC จะสวยสมบูรณ์แบบได้นั้น “การเก็บงานขอบผนัง” คือหัวใจสำคัญครับ บัวเชิงผนัง และอุปกรณ์ตัวจบงานที่เราคัดสรรมา ผลิตจากพีวีซี (PVC) สูตรพิเศษที่ถูกออกแบบมาให้มีลวดลายและผิวสัมผัสสวยงามเหมือนไม้จริง แต่เหนือกว่าด้วยความทนทานที่ตอบโจทย์ทุกสภาพการใช้งานในปัจจุบัน
ทำไมต้องเลือกใช้ บัวเชิงผนัง และตัวจบวัสดุ PVC?
หมดกังวลเรื่องปัญหาจุกจิกกวนใจของไม้จริง เพราะวัสดุ PVC สูตรพิเศษของเรามาพร้อมคุณสมบัติเด่นที่ช่างและเจ้าของบ้านไว้วางใจ
✅ ปลอดภัยจากศัตรูไม้
ปราศจากปัญหา มด มอด ปลวก แมลง และเชื้อรา 100% ตลอดอายุการใช้งาน
✅ ความคงตัวสูง
ทนต่อแรงกระแทกได้ดี ไม่บิดงอหรือโก่งตัวเมื่อเจอความชื้นหรืออากาศเปลี่ยน
✅ ดูแลรักษาง่าย
ทำความสะอาดง่าย เพียงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดถู ติดตั้งได้กับทุกผนัง (ไม้, ปูน, ยิปซั่ม)
ชุดอุปกรณ์ตัวจบ และบัวพื้น
คุณสามารถเลือกวิธีติดตั้งบัวเชิงผนังได้ตามความเหมาะสมของหน้างานและอุปกรณ์ที่มีดังนี้
วิธีที่ 1: ติดตั้งด้วยกาวตะปู (นิยมที่สุดและง่ายที่สุด)
เหมาะสำหรับงาน DIY ที่ต้องการความสะอาดและรวดเร็ว ผนังต้องแห้งสนิทและปราศจากฝุ่น ใช้ปืนยิงกาวฉีดกาวตะปูด้านหลังบัวเป็นลักษณะ “ลูกคลื่น” หรือเส้นตรงตลอดแนว แล้วกดติดเข้ากับผนัง (กาว 1 หลอดขนาด 400 กรัม สามารถฉีดได้ยาวประมาณ 10 เมตร)
วิธีที่ 2: ติดตั้งด้วยตะปูคอนกรีต (ตะปูเข็ม 1 นิ้ว)
ใช้ตะปูคอนกรีตเข็มตอกยึดทุกระยะประมาณ 40-50 ซม. วิธีนี้จะให้ความแข็งแรงสูงมาก จากนั้นให้ทำการปิดโป๊วรอยหัวตะปูด้วย “แด๊ป (Dap)” ผสมกับสีฝุ่นให้เป็นสีเดียวกับเนื้อบัวเพื่อความสวยงาม
วิธีที่ 3: ติดตั้งด้วยปืนลม
สำหรับงานระดับช่างมืออาชีพที่ต้องการความรวดเร็วและงานที่ละเอียด โดยยิงยึดระยะห่างประมาณ 40-50 ซม. และปิดรอยหัวตะปูด้วยแด๊ปผสมสีฝุ่นเช่นเดียวกัน
เทคนิคการเข้ามุมและการเก็บงานบัว
เพื่อให้รอยต่อระหว่างเส้นบัวดูเนียนตาเหมือนเป็นชิ้นเดียวกัน ควรให้ความสำคัญกับรายละเอียดดังนี้
📐 การเข้ามุมห้อง: สำหรับมุมห้องหรือมุมเสา แนะนำให้ทำการ “ตัดเข้ามุม 45 องศา” เพื่อให้บัวสองเส้นมาบรรจบกันได้อย่างสนิทพอดี
✨ การเชื่อมรอยต่อ: หลังจากติดตั้งเสร็จ ให้ใช้แด๊ปผสมสีฝุ่นสีเดียวกับบัว ทำการปิดเชื่อมรอยต่อบริเวณที่ชนกัน จะช่วยให้รอยต่อดูเรียบเนียนเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสมบูรณ์แบบครับ
ข้อควรระวังสำคัญทันทีหลังติดตั้ง กระเบื้องยาง เสร็จใหม่
เพื่อให้กาวและโครงสร้างพื้นเซ็ตตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทันทีที่ติดตั้งพื้นเสร็จ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดดังนี้
1.งดใช้น้ำล้างทำความสะอาดทันที: ต้องปล่อยให้กาวแห้งสนิทอย่างเป็นธรรมชาติประมาณ 2 – 3 วันก่อน
2. ห้ามเคลื่อนย้ายของหนัก: หลีกเลี่ยงการลาก หรือวางเฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักมาก ๆ ภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์แรก
3.เปิดพื้นที่ให้อากาศถ่ายเท: ควรเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้ เพื่อให้อากาศหมุนเวียนและช่วยลดกลิ่น
⚠️ Tips เคล็ดลับช่างรู้: หากพบรอยเปื้อนสีดำหลังการติดตั้ง ซึ่งมักเกิดจากคราบกาวดำ ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำผสมน้ำมันก๊าดเล็กน้อย บิดผ้าให้หมาดที่สุดแล้วเช็ดออกด้วยความระมัดระวัง หรือจะเลือกใช้ขี้ผึ้งขัดเงาค่อย ๆ ขัดคราบออกก็ได้เช่นกัน
เคล็ดลับการดูแลรักษาความสะอาดพื้น กระเบื้องยางลายไม้ให้สวยงาม
การทำความสะอาดประจำวัน: สามารถใช้ไม้กวาด เครื่องดูดฝุ่น หรือผ้าชุบน้ำสะอาด (หรือน้ำสบู่เจือจาง) บิดให้หมาดสนิท เช็ดถูได้ตามปกติ
การเพิ่มความเงางามยาวนาน: แนะนำให้เคลือบด้วยแว๊กซ์ชนิดน้ำทุก ๆ ครึ่งเดือน จะช่วยปกป้องผิวหน้ากระเบื้องยางให้คงทน สวยเป็นเงามัน และลดการสะสมของคราบสกปรก
การฟื้นฟูพื้นเก่าที่มีคราบฝังลึก: หากพื้นเริ่มมีสภาพเก่า ควรล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างพื้นโดยเฉพาะก่อน จากนั้นจึงลงแว๊กซ์ชนิดน้ำซ้ำอีก 1 – 2 ครั้ง เพื่อคืนความใหม่ให้ผิวพื้นอีกครั้ง
⚠️ข้อควรทราบสำหรับพื้นใหม่: โดยปกติแล้ว กระเบื้องยางลายไม้ จะมีการเคลือบน้ำยาปกป้องผิวและขัดเงามาจากโรงงานในขั้นตอนการผลิตอยู่แล้ว ดังนั้น หากคุณลงแว๊กซ์ซ้ำทันทีหลังติดตั้งเสร็จใหม่ ๆ เนื้อแว๊กซ์อาจจะยังไม่เกาะติดแน่นกับผิวพื้น ซึ่งถือเป็นอาการปกติ ไม่ต้องกังวลใจไป
ภาพผลงานการติดตั้งจริง
📸 กระเบื้องยาง
สนใจสั่งซื้อหรือขอใบเสนอราคา?
ช่างผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำและวัดขนาดฟรี ติดต่อเราได้เลย




